• ออมไว้ไม่ขัดสน

    ในสมัยก่อนหรือสังคมที่เป็นสังคมเกษตรวิถีชีวิตแบบไทยๆ จะอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่ มีปู่ ย่า พ่อ แม่ พี่ ป้า น้า อาพร้อมหน้า แม้ในบางครั้งมิได้อยู่ในบ้านเดียวกันเป็นเรือนใหญ่ก็ปลูกเรือนอยู่ในละแวกเดียวกัน คนในชุมชนหรือในหมู่บ้าน เดียวกัน มักมีความสัมพันธ์เป็นเครือญาติกันเป็นส่วนมาก

    ในวิถีชีวิตเช่นนั้น การดูแลทุกข์สุข ดูแลเด็ก ดูแลคนชรา เป็นเรื่องที่ครอบครัวใหญ่ทั้งหมดสามารถช่วยกันดูแลได้ ผู้ใหญ่เลี้ยงดูลูกหลานมา เมื่อเติบใหญ่ขึ้น ต่างก็ใช้ แรงงานในการร่วมกันผลิตร่วมกันหารายได้สำหรับครอบครัว ครั้นเมื่อผู้ใหญ่ล่วงวัยชราทำการงานไม่ได้ ลูกหลานกตัญญูรู้คุณและตอบแทนพระคุณด้วยการเลี้ยงดูผู้ใหญ่ในวัยชราตามกำลังความสามารถ

    มาในสมัยปัจจุบัน แนวโน้มของวิถีชีวิตไทยค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปตามการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจกล่าวคือ ประเทศและสังคมค่อยๆเปลี่ยนจากสังคมเกษตรเป็นสังคมอุตสาหกรรม จากการผลิตที่ร่วมกันทำแบ่งกันกินแบ่งกันใช้มาเป็นการผลิตที่ เจ้าของทุน เจ้าของกิจการ แยกต่างหากออกจากเจ้าของแรงงาน โดยที่เจ้าของทุนและเจ้าของกิจการได้ดอกเบี้ยและกำไรเป็นผลตอบแทน

    การเปลี่ยนแปลงของความสัมพันธ์ด้านการผลิตเช่นนี้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมตามมาด้วย ในสมัยนี้ครอบครัวส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่อีกต่อไป แต่แยกออกเป็นครอบครัวเดี่ยวที่มีแต่ พ่อ แม่ และลูก เป็นส่วนมาก หรือในบางครั้งสำหรับสังคมชนบทครอบครัวไม่มีมีแต่ปู่ย่าตายายเลี้ยงหลาน ส่วนพ่อแม่แยกย้ายกันมาทำงานในเมืองหรือในแหล่งจ้างงานในเขตอุตสาหกรรม

    ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ เป็นเรื่องที่ผู้ที่มองเห็นการณ์ไกล และดำรง ชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาทต่ออนาคตทุกคน ต้องคิดหาทางพึ่งตนเองให้ได้มากขึ้น และ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องคิดเสียตั้งแต่ระหว่างทำงานว่า เราคงต้องพึ่งตนเองในวัยชรา ไม่สามารถรอให้ลูกหลานมาเลี้ยงดูได้

    ในสังคมที่พัฒนาเป็นสังคมอุตสาหกรรมมานานก่อนประเทศไทย และผู้คนผ่านความทุกข์ยากในการดูแลตนเองไม่ได้มาก่อน รัฐบาลได้สร้างระบบของรัฐขึ้นมารองรับเพื่อทดแทนบางส่วนของสังคมครอบครัวใหญ่ที่สลายไป เช่น มีระบบรัฐสวัสดิการหรือประกันสังคมเพื่อให้ผู้ที่อยู่ในวัยชรา หรือผู้ที่ไม่สามารถหารายได้เลี้ยงตนเองได้ด้วยเหตุต่างๆ ได้รับการดูแลขั้นต่ำจากรัฐ โดยในระหว่างที่ยังทำงานอยู่ผู้ที่มีรายได้ต้องจ่ายเงินส่วนหนึ่งให้กับรัฐ เพื่อเป็นเงินสำหรับประกันตนว่าในยามที่ต้องการความช่วยเหลือ รัฐจะช่วย

    สำหรับคนไทยเรานั้น ระหว่างนี้ยังพึ่งรัฐไม่ได้หรือหากจะคิดในฐานะที่เป็นผู้เสียภาษีให้รัฐ ก็ควรคิดพึ่งเป็นแหล่งสุดท้ายสำหรับการได้บริการขั้นพื้นฐานบางประการ เช่น การรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลของรัฐ เป็นต้น ในแนวคิดทั่วโลก ทุกคนหันมาเน้นการพึ่งตนเอง ด้วยการออมเงินตั้งแต่ในวัยทำงาน

     

    ประโยชน์ของการออม

    - สร้างหลักประกันให้กับชีวิตของตนในระหว่างการทำงานอยู่

    - สร้างอนาคตที่มั่นคงทางด้านการเงินให้กับครอบครัว

    - เพื่อให้มีเงินใช้สบายๆ ในวัยชรา ไม่เป็นภาระด้านการเงินต่อลูกหลานและสังคม

    - เหลือเป็นมรดกให้ลูกหลานและสังคม

     

    เมื่อ 2 ปีที่แล้ว โดย aomkon
  • User Avatar
    โพสเมื่อ 2 ปีที่แล้ว

    ดีมากเลยค่ะ

    โดย Vipada

กิจกรรมที่ผ่านมา
ยังไม่พบข้อมูลกิจกรรม
ดูกิจกรรมทั้งหมด
ปฏิทินกิจกรรม
    ยังไม่พบข้อมูลกิจกรรม